line@ask
tel@
share

“Safe Haven” สินทรัพย์หลบภัยของนักลงทุน เมื่อโลกเกิดความไม่สงบ

สินทรัพย์แบบไหนจะอยู่รอดปลอดภัย ในวันที่สถานการณ์โลกไม่สงบ?

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคนทั้งโลกจับตาดูสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม เหล่านักลงทุนกับนักธุรกิจก็เกิดคำถามที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือจะทำยังไงให้สินทรัพย์ของพวกเขาไม่เสียมูลค่า ถ้าหากสงครามเกิดปะทุขึ้นมาจริง ๆ จนเศรษฐกิจโดนฉุดสู่สภาวะเลวร้าย

ความจริงแล้วในอดีตก็มีหลายครั้งที่เศรษฐกิจได้รับแรงสะเทือนจากภัยสงคราม ซึ่งในแวดวงนักลงทุน จะมีสินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า “Safe Haven” แปลตรงตัวว่า “ที่หลบภัย” ทางการเงินหมายถึงสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง ความผันผวนน้อย ทรงคุณค่าข้ามกาลเวลา และได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ เมื่อเกิดเศรษฐกิจตกต่ำหรือความเสี่ยงสูงขั้นสุด นักลงทุนมักจะหันมาลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้เพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตัวเองให้พ้นจากพิษเศรษฐกิจ คล้ายกับการย้ายลงหลุมหลบภัยนั่นเอง

Safe Haven ที่รู้จักกันทั่วไปมีด้วยกัน อย่าง ได้แก่

1. ทองคำ

โลหะมีค่าสุดคลาสสิกคู่อารยธรรมมนุษย์ นำไฟฟ้าดีเยี่ยม ความเสถียรเป็นเลิศ ไม่ว่าจะเก็บไว้สภาพไหนก็ยังคงเป็นทองคำอยู่เสมอ ทุกประเทศให้การยอมรับ ทองจึงเป็น Safe Haven ยอดนิยมเบอร์หนึ่ง เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงสงครามทองคำถึงราคาพุ่งสูง

2. พันธบัตรรัฐบาล

มีความมั่นคงสูง น่าเชื่อถือ อัตราการผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทเอกชน เปลี่ยนเป็นเงินสดได้แน่นอนเมื่อครบอายุ ข้อดีคือมีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยไม่สูงและสภาพคล่องต่ำ

3. หุ้นตั้งรับ (Defensive Stock)

หมายถึงหุ้นที่มีความมั่นคงสูงกว่าตัวอื่น ๆ ในตลาด ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา พลังงาน และหุ้นกลุ่มสินค้าจำเป็น ข้อดีคือมีโอกาสได้ผลตอบแทน แต่ก็มีข้อเสียคือความปลอดภัยยังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล

4. เงินสกุลใหญ่ ๆ ที่ความมั่นคงสูง

สกุลเงินของประเทศอื่นที่มีความมั่นคงกว่าประเทศของเราก็ถือเป็น Safe Haven อย่างหนึ่งเหมือนกัน โดยสังเกตจากปัจจัยต่าง ๆ ของประเทศนั้น เช่น รัฐบาลมีความมั่นคง มีอุตสาหกรรมการธนาคารที่ใหญ่และปลอดภัย มีดุลการค้าเป็นบวก เป็นต้น

5. เงินสด

ง่ายที่สุด สภาพคล่องสูงสุด ก็ต้องเงินสดนี่ล่ะครับ ข้อเสียก็คือไม่มีผลตอบแทนให้ อาจต้องเสี่ยงกับเงินเฟ้อ แต่ข้อดีก็คือสามารถเอามาซื้อทรัพย์สินอื่นได้ทันทีเมื่อวิกฤตผ่านไป

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็น Safe Haven แต่ทั้ง 5 อย่างก็มีระดับความปลอดภัยที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์ว่าจะเลือกหลบภัยแบบไหน แต่ที่แน่ ๆ คือ 5 สินทรัพย์นี้มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ผลตอบแทนน้อย ผลตอบแทนเป็นศูนย์ ซึ่งก็เป็นสัจธรรมของการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ ถ้านักลงทุนต้องการคือความปลอดภัย ก็จะไม่ได้คาดหวังกำไรสักเท่าไร ขอแค่ไม่เสียเงินต้นไปก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่ถ้าสถานการณ์ปกติสุขดี Safe Haven ก็จะกลายเป็นการลงทุนที่จืดชืดน่าเบื่อสำหรับหลาย ๆ คนไปได้ครับ

ขอบคุณบทความจาก : https://www.powersmethai.com/

« กลับ