line@ask
tel@
share

เด็กสมัยนี้ทำงานไม่ทนเลย! ทำยังไงดีให้คน Gen Y-Z อยากอยู่กับเรานาน ๆ

เด็กสมัยนี้ทำงานไม่ทนเลย! ทำยังไงดีให้คน Gen Y-Z อยากอยู่กับเรานาน ๆ

ทำไมเด็กสมัยนี้ทำงานไม่ทนเลย แป๊บเดียวลาออก เสียเวลาเทรนจริง ๆ

คุ้นไหมประโยคแบบนี้? ถ้าคุณได้ยินคำพูดแนวนี้บ่อย ๆ จากในองค์กรของคุณเอง อาจเป็นสัญญาณว่าวัฒนธรรมองค์กรกำลังมีปัญหาโดยไม่รู้ตัว

อันที่จริงแต่ละคนก็มีเหตุผลในการลาออกที่ต่างกันไป บางทีอาจเป็นเพราะเหตุผลส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรเท่าไร ในเคสนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากจากกันด้วยดี แต่มันก็มีหลายครั้ง ที่วัฒนธรรมองค์กรเป็นเหตุให้พนักงานหน้าใหม่ทนไม่ไหว ต้องขอโบกมือลา ซึ่งแบบหลังนี้เป็นอะไรที่ต้องระวังให้มาก เพราะถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดงานเลย เหลือแต่ทีมเก่า ๆ อยู่กอดคอกันจนเกษียณ ก็ยากที่องค์กรจะเติบโตได้ในระยะยาว

แล้วต้องทำยังไง ถึงจะเป็นที่ทำงานในฝันของเด็กรุ่นใหม่?

ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเด็กสมัยนี้ช่างเรื่องมาก ความอดทนน้อย ความภักดีต่อองค์กรต่ำ ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่ ด้วยสภาพสังคมและการเลี้ยงดูที่ต่างจากรุ่นพ่อแม่ ทำให้พวกเขาโฟกัสกับเป้าหมายของตัวเองมากกว่าเป้าหมายของบริษัท และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ในฐานะนายจ้างที่ไม่อยากเสียคนฝีมือดีไป เราจะปรับองค์กรยังไงให้คนเหล่านี้อยากอยู่ไปนาน ๆ

  • มี Work-life Balance

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างจะโฟกัสกับตัวเองมากกว่าองค์กร ดังนั้นการมีเวลาส่วนตัวเลยเป็นสิ่งสำคัญมาก องค์กรควรมีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาและเงื่อนไขการทำงาน เพื่อให้พนักงานจัดการชีวิตตัวเองได้ตามใจมากขึ้น เช่น ไม่มีตอกบัตรเข้างาน มีโควตาวันลามากกว่าขั้นต่ำ อนุญาตให้ทำงานนอกสถานที่ได้ รวมถึงมีสวัสดิการความบันเทิงหรือกิจกรรมพักผ่อนให้พนักงาน แจกสวัสดิการทั้งหมดนี้ทีเดียวอาจจะมากไป ลองเริ่มต้นก่อนสัก 1-2 อย่างก็เห็นความแตกต่างเยอะแล้วครับ

  • เป็น Partner มากกว่าเจ้านาย

หมดยุคแล้วที่หัวหน้าจะชี้นิ้วสั่งอยู่ฝ่ายเดียวแล้วจากไป ปล่อยให้ลูกน้องก้มหน้าทำตามโดยห้ามออกความเห็น เพราะคนสมัยนี้อยากทำงานกับหัวหน้าที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นของพวกเขา และลงมาร่วมทำงานไปด้วยกันเหมือน Partner ถ้าองค์กรของคุณยังดูแลพนักงานแบบเป็น Boss อาจจะลองปรับรูปแบบใหม่ดูได้นะครับ เปลี่ยนจากออกคำสั่งเป็นการระดมสมอง จากที่เคยพูดอยู่ฝ่ายเดียวก็เป็นคนฟังบ้าง ลงมือช่วยลูกทีมทำงานไปด้วยกัน แบบนี้สิได้ใจเด็กรุ่นใหม่

  • เป็นตัวของตัวเองได้

กฎระเบียบอย่างการใส่ยูนิฟอร์ม บังคับใส่เชิ้ตติดกระดุมถึงคอ รองเท้าหนังผูกไททุกวัน ห้ามทำสีผม ฯลฯ อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่โบกมือลา จริงอยู่ที่งานบางอย่างจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ แต่อาจจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้ได้บ้าง เช่น บังคับใส่ยูนิฟอร์มเฉพาะบางตำแหน่งที่จำเป็น หรือนุญาตให้แต่งตัวตามสบายได้ 1 วันต่อสัปดาห์ เป็นต้น เว้นพื้นที่ให้พนักงานได้เป็นตัวของตัวเองบ้าง

  • ออฟฟิศน่านั่ง

ลองสร้างบรรยากาศในออฟฟิศให้ทันสมัย น่าอยู่ ดูเท่ ๆ โดนใจวัยรุ่น อย่าให้อุดอู้เป็นคอกสี่เหลี่ยม มีมุมพักผ่อนให้พนักงานบ้าง เช่น มุมกาแฟ มุมขนม มุมบอร์ดเกม โต๊ะสนุกเกอร์ ฯลฯ

  • ได้ทำงานกับคนเจ๋ง ๆ

เด็กใหม่ไฟแรง มักจะกระหายการเรียนรู้ อยากทำงานกับรุ่นพี่เทพ ๆ ถ้าองค์กรของคุณมีทีมรุ่นใหญ่ฝีมือดีอยู่ ควรเปิดโอกาสให้น้องรุ่นใหม่ได้ทำงานกับพวกเขา เรียนรู้งานไปด้วยกัน ไปจนถึงจัดให้พนักงานได้ไปร่วมงานสัมมนาที่ได้พบปะคนเก่ง ๆ ในวงการ

  • ทำดีสู่สังคม

ตอนนี้คนเริ่มใส่ใจกับ “จุดยืนทางสังคม” ขององค์กรมากขึ้น คนดีย่อมอยากทำงานกับองค์กรที่ดี ดังนั้นบริษัทควรมีโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในการคืนกำไรสู่สังคมบ้าง โดยให้พนักงานได้มีส่วนร่วมด้วย เช่น ออกทริปเก็บขยะชายหาด รณรงค์ลดขยะพลาสติกในองค์กร จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารบ้านเด็กกำพร้า

ถ้าทำได้แบบนี้ นอกจากคนรุ่นใหม่จะอยู่กับเรานานขึ้นแล้ว คนรุ่นเก่าก็ได้ออกจากกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นออฟฟิศใหม่ที่สดใสขึ้นด้วยครับ

ขอบคุณบทความจาก : https://www.powersmethai.com/

« กลับ